KM X TEN Knowledge Blog

ประสบการณ์จริง
จาก ERP สู่ WMS

แบ่งปันความรู้จากการทำงานจริงด้าน Infor SyteLine, Infor WMS, API และ Supply Chain พร้อมแนะนำ MamMoD WMS ระบบคลังสินค้าที่ช่วยให้เห็น ควบคุม และพัฒนาการทำงานได้จริง

Knowledge Management — Extend Your Success
WAREHOUSE MANAGEMENT SYSTEM
MamMoD WMS
Visibleเห็นสถานะงาน
Controlledควบคุมทุกขั้นตอน
Scalableพร้อมเติบโต

Sunday, October 11, 2026

Infor CSI + Dynamic Formula: ERP โรงงานอาหารและเครื่องดื่มโดย KMX10

โรงงานอาหารและเครื่องดื่มจะรับออเดอร์เพิ่มได้อย่างมั่นใจ เมื่อรู้ทั้งสูตรที่ควรใช้ ต้นทุนของงาน และความพร้อมของแผนผลิต แพ็กเกจ Infor CSI โดย KMX10 จึงนำ Dynamic Formula และ Cost Engine มาทำงานร่วมกับ ERP เพื่อเชื่อมคำถามเหล่านี้เข้าด้วยกันครับ

ลองนึกถึงเช้าวันหนึ่งในโรงงาน ฝ่ายขายมีออเดอร์ใหม่ที่อยากรับ ฝ่ายผลิตกำลังเช็กว่าเครื่องบรรจุมีคิวว่างหรือไม่ ฝ่ายจัดซื้อรอคำตอบว่าต้องใช้นมสดและวัตถุดิบปรับคุณภาพเท่าไร ขณะที่ฝ่ายบัญชีเพิ่งพบว่าต้นทุนรอบก่อนสูงกว่าที่คาดไว้

ภาพสมมตินี้ชวนให้ถามว่า ก่อนรับงาน เรารู้หรือยังว่าจะใช้วัตถุดิบอะไร ใช้เมื่อไร ผลิตเสร็จวันไหน มีต้นทุนเท่าไร และต้องเตรียมเงินช่วงใด? สำหรับโรงงานอาหาร เครื่องดื่ม และแปรรูปผลผลิตเกษตร คำตอบเหล่านี้เกี่ยวข้องกันตั้งแต่ต้นครับ

วัตถุดิบเปลี่ยน สูตรต้องรับรู้
สูตรเปลี่ยน ต้นทุนต้องตามทัน
รับออเดอร์เพิ่ม แผนผลิตและเงินทุนต้องรองรับ

Infor CSI + Dynamic Formula + Cost Engine โดย KMX10

Dynamic Formula ของ KMX10 ใช้ค่าคุณภาพวัตถุดิบหลัก เป้าหมายผลิตภัณฑ์ และกฎของโรงงาน เพื่อคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่สัมพันธ์กัน

Cost Engine ของ KMX10 คำนวณต้นทุนจากสูตรและเกณฑ์ราคาที่กำหนด ทำให้มองเห็นผลด้านต้นทุนเมื่อปริมาณการใช้เปลี่ยน

Infor CSI รองรับงานผลิต ต้นทุนและบัญชี การวางแผนด้วย APS และ Scheduling ตลอดจนข้อมูลจัดซื้อ ขาย ลูกหนี้ และเจ้าหนี้สำหรับวิเคราะห์เงินเข้าออก

บทบาทของ KMX10 คือออกแบบให้สูตร หน่วยนับ เกณฑ์ต้นทุน ผัง GL และแผนผลิตสอดคล้องกับการทำงานของโรงงาน โดย Dynamic Formula และ Cost Engine เป็นส่วนพัฒนาเพิ่มเติมของ KMX10 ที่นำมาใช้ร่วมกับ Infor CSI ตามขอบเขตของโครงการ

1. ขายดี แต่ยังไม่รู้ว่าสินค้าตัวไหนทำกำไร

ยอดขายเพิ่มเป็นข่าวดีครับ แต่สินค้าบางตัวอาจใช้เวลาผลิตมาก เปลี่ยนงานบ่อย หรือใช้ทรัพยากรสูงกว่าที่คิด หากมองเพียงราคาวัตถุดิบ เราอาจยังเห็นต้นทุนของสินค้านั้นไม่ครบ

Infor CSI รองรับรายละเอียดต้นทุนงานผลิตและบัญชีที่เกี่ยวข้อง ส่วน KMX10 วางเกณฑ์ต้นทุนให้ทีมงานมองเห็นวัตถุดิบ ค่าแรง และโสหุ้ยอย่างมีที่มา การวิเคราะห์กำไรจึงต้องพิจารณาทั้งต้นทุนที่บันทึกและส่วนต่างจากการผลิต เพื่อประกอบการตัดสินใจเรื่องราคาและงานที่ควรรับ

2. วัตถุดิบแพงขึ้น หรือโรงงานใช้เกินสูตรกันแน่?

วัตถุดิบการเกษตรและส่วนผสมอาหารมีราคาที่เปลี่ยนได้ ขณะเดียวกันโรงงานก็อาจใช้วัตถุดิบมากกว่าที่วางไว้ เมื่อสองเหตุนี้รวมเป็นยอดเดียว การประชุมมักจบด้วยคำว่า “ต้นทุนเพิ่ม” โดยยังไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ที่จัดซื้อหรือกระบวนการผลิต

การแยก Purchase Cost Variance และ Material Usage Variance ในแนวทาง Standard Costing ของ CSI ช่วยให้เห็นส่วนต่างด้านราคาซื้อกับส่วนต่างด้านปริมาณใช้ เมื่อวางบัญชี GL แยกประเภทไว้ เราจึงเลือกตรวจสอบได้ตรงประเด็นมากขึ้น [1]

3. สูตรเดิม แต่คุณภาพวัตถุดิบและผลผลิตแต่ละ Batch ต่างกัน

นมสดชื่อเดียวกันอาจมีค่าไขมันต่างกัน วัตถุดิบจากพืชอาจมีความชื้นหรือความเข้มข้นต่างกัน ปริมาณส่วนผสมที่เหมาะกับล็อตก่อนจึงอาจต้องปรับเมื่อเปลี่ยนล็อต ทั้งเพื่อให้ได้คุณภาพเป้าหมายและขนาดรอบผลิตที่ต้องการ

Dynamic Formula ของ KMX10 รับค่าคุณภาพวัตถุดิบหลักมาคำนวณปริมาณส่วนประกอบอื่นตามกฎสูตรที่กำหนด จากนั้น Cost Engine คำนวณต้นทุนจากปริมาณที่ได้ โรงงานจึงเห็นว่าทำไมรอบนี้ใช้ของต่างจากรอบก่อน และการปรับสูตรมีผลต่อต้นทุนอย่างไร

เมื่อผลิตจริง ยังต้องเก็บข้อมูลปริมาณเบิก ผลผลิต และของเสีย เพื่อเปรียบเทียบผลจริงกับแผน อ่านตัวอย่างการปรับสูตรและต้นทุนได้ในบท Dynamic Formula + Cost Engine: เมื่อวัตถุดิบเปลี่ยน สูตรและต้นทุนต้องเปลี่ยนตาม ครับ

4. ค่าแรงสูงขึ้น เพราะอัตราค่าแรงหรือเวลาที่ใช้?

บางงานใช้เวลามากกว่าที่วางไว้ บางงานใช้อัตราค่าแรงสูงกว่าฐานมาตรฐาน สองเรื่องนี้สร้างต้นทุนเพิ่มได้เหมือนกัน แต่แนวทางตรวจสอบต่างกันครับ

CSI แยก Labor Rate Variance และ Labor Usage Variance ได้ในแนวทาง Standard Costing ข้อมูลอัตราค่าแรงและชั่วโมงที่บันทึกจึงช่วยให้ทีมงานตั้งคำถามได้ชัดขึ้นว่า ต้องทบทวนฐานค่าแรง เวลามาตรฐาน หรือเหตุการณ์ที่ทำให้งานใช้เวลามากขึ้น [1]

5. ต้นทุนแรงงานกับเครื่องจักรปะปน จนไม่เห็นภาระของงาน

งานผสม งานให้ความร้อน และงานบรรจุใช้ทรัพยากรต่างกัน หากทุกงานรับโสหุ้ยด้วยฐานเดียวกัน เราอาจมองไม่เห็นว่างานใดใช้เวลาเครื่องจักรมาก หรืองานใดใช้แรงงานเป็นหลัก

CSI รองรับฐานคิดโสหุ้ยที่สัมพันธ์กับแรงงานและเครื่องจักร รวมถึง Fixed และ Variable Overhead การวางอัตราและบัญชี Applied/Variance ให้เหมาะกับโรงงานทำให้วิเคราะห์ต้นทุนที่เกิดจากเวลาแรงงานและเวลาเครื่องได้ละเอียดขึ้น [2]

สำหรับต้นทุนเครื่องจักรในบทนี้ เราหมายถึงต้นทุนที่คิดผ่าน Machine Overhead ตามฐานเวลาและอัตราที่กำหนด ต้องนำมาอ่านคู่กับค่าใช้จ่ายจริงและเกณฑ์ปันส่วนของโรงงานครับ

6. เห็น Variance ในบัญชี แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มแก้ตรงไหน

ฝ่ายบัญชีอยากรู้ว่าตัวเลขมาจากอะไร ฝ่ายผลิตอยากรู้ว่างานไหนต้องปรับปรุง หากส่วนต่างหลายประเภทไปรวมบัญชีเดียวกัน การหาสาเหตุจะเสียเวลา

KMX10 วางผัง GL ให้แยกส่วนต่างตามประเภทที่โรงงานต้องใช้วิเคราะห์ โดย CSI มีบัญชี Variance สำหรับหลายด้านในแนวทาง Standard Costing ดังตัวอย่างนี้ครับ [3]

ส่วนต่างที่แยกวิเคราะห์คำถามที่ช่วยให้ตรวจสอบต่อได้
Purchase Costราคาซื้อต่างจากฐานมาตรฐานเท่าไร?
Material Usageปริมาณใช้ต่างจากฐานมาตรฐานที่เลือกไว้เท่าไร?
Labor Rateอัตราค่าแรงต่างจากมาตรฐานเท่าไร?
Labor Usageชั่วโมงแรงงานต่างจากฐานมาตรฐานเท่าไร?
Labor Overhead Usageส่วนต่างโสหุ้ยที่คิดจากแรงงานเป็นเท่าไร?
Machine Overhead Usageส่วนต่างโสหุ้ยที่คิดจากเครื่องจักรเป็นเท่าไร?
Material Overhead Usageหากใช้ฐานปันส่วนจากวัตถุดิบ มีส่วนต่างเท่าไร?
Routingมาตรฐานของ Job กับ Std Cost ตอนรับสินค้าสำเร็จรูปสอดคล้องกันหรือไม่?

การอ่าน Routing Variance ต้องตรวจมาตรฐานของงาน ต้นทุนมาตรฐานสินค้า และ WIP ที่เหลือประกอบกัน ส่วนการหาสาเหตุจริงต้องตามไปถึงรายการของงานผลิตที่เกี่ยวข้องด้วย การแยก GL จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้บัญชีกับฝ่ายผลิตคุยเรื่องเดียวกันได้ครับ

7. รับ Customer Order แล้ว ยังไม่รู้ว่าต้องใช้ของอะไร เมื่อไร

รับออเดอร์มาแล้ว แต่ยังต้องเปิดหลายไฟล์เพื่อหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และวันที่ต้องใช้ ซื้อเร็วเกินจำเป็นทำให้เงินจมและเพิ่มความเสี่ยงเรื่องอายุสินค้า ซื้อช้าเกินไปก็ทำให้แผนผลิตสะดุด

APS ของ Infor CSI เชื่อมความต้องการของออเดอร์กับ BOM สต็อก กำหนดรับของ และงานผลิต เพื่อสร้างแผนความต้องการล่วงหน้า ทีมงานจึงตรวจได้ว่าต้องเตรียมอะไร จำนวนเท่าไร และช่วงใด [4]

เมื่อสูตรคำนวณตามคุณภาพวัตถุดิบ ข้อมูลสูตรที่ใช้วางแผนก็ต้องสอดคล้องกับสูตรของรอบผลิต KMX10 จึงให้ความสำคัญกับจังหวะที่สูตรได้รับการยืนยันและส่งข้อมูลเข้าสู่แผน เพื่อให้ฝ่ายผลิตและจัดซื้อใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน

8. รับปากวันส่งสินค้า ก่อนเช็กคิวผลิตจริง

วัตถุดิบครบยังไม่ได้แปลว่าผลิตทันครับ เครื่องจักรอาจติดงานอื่น คนอาจไม่อยู่ในกะที่ต้องใช้ หรือกระบวนการก่อนหน้าจะยังไม่เสร็จในวันที่ต้องเริ่มงาน

APS แบบจำกัดกำลังผลิตพิจารณาความพร้อมของทรัพยากรตามตารางทำงาน ส่วน CTP — Capable to Promise ช่วยประเมินวันที่ออเดอร์สามารถเสร็จได้ ขณะที่ Scheduling ใช้จัดรายละเอียดลำดับงานตามข้อมูลและกฎที่ตั้งไว้ การยืนยันวันส่งจึงมีแผนรองรับให้ตรวจสอบได้ [4]

9. วันนี้งานล้น แต่สัปดาห์หน้าหรือเดือนหน้าจะว่างหรือไม่?

บางช่วงทุกคนเร่งงานและเพิ่ม OT แต่บางช่วงกลับมีเครื่องว่าง คำถามของผู้บริหารจึงเป็นว่า เราควรรับงานเพิ่มช่วงไหน คอขวดอยู่ตรงไหน และการแทรกงานด่วนจะกระทบลูกค้ารายใด?

การมองการใช้ทรัพยากรล่วงหน้า และทดลองแผน What-if เช่น เพิ่มเวลาทำงาน แทรกออเดอร์สำคัญ หรือจ้างผลิตบางส่วน ช่วยให้ทีมงานเห็นผลต่อแผนและกำหนดส่งก่อนตัดสินใจ นี่เป็นจุดที่ Costing กับ Scheduling ต้องคุยกัน เพราะทางเลือกที่ทำให้งานทันอาจมีต้นทุนเพิ่มด้วย [5]

10. มีกำไรในรายงาน แต่เงินไม่พอซื้อวัตถุดิบรอบถัดไป

โรงงานต้องเตรียมเงินซื้อวัตถุดิบและจ่ายค่าใช้จ่ายก่อนเก็บเงินจากลูกค้าได้ ยิ่งรับงานเพิ่มมาก เงินที่ต้องใช้หมุนระหว่างทางก็อาจมากขึ้น แม้ออเดอร์นั้นจะมีกำไรก็ตาม

Cash Impact Report ของ Infor CSI นำข้อมูลลูกหนี้ เจ้าหนี้ Customer Order และ Purchase Order มาประเมินเงินเข้าออกตามช่วงเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้เห็นภาระรับจ่ายที่คาดไว้เพื่อเตรียมเงินทุนล่วงหน้า [6]

การวางแผนเงินทุนให้ครบต้องรวมรายการรับจ่ายอื่นของโรงงานด้วย และอัปเดตกำหนดส่ง กำหนดชำระ และสมมติฐานการเก็บเงินเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน แผนเงินเข้าออกจึงควรเดินไปพร้อมกับแผนขาย จัดซื้อ และผลิตครับ

ออกแบบ ERP โรงงานอาหารและเครื่องดื่มให้ตอบคำถามตั้งแต่ก่อนรับงาน

สำหรับ KMX10 จุดสำคัญของแพ็กเกจนี้คือทำให้โรงงานมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง คุณภาพวัตถุดิบ สูตรการผลิต ต้นทุน และความพร้อมของแผน Dynamic Formula ช่วยคำนวณสูตรตามกฎของโรงงาน Cost Engine ช่วยเห็นต้นทุนของสูตรนั้น ส่วน Infor CSI รองรับงานผลิต บัญชี และการวางแผนที่นำไปใช้ตัดสินใจต่อได้

เมื่อตัวเลขมีที่มา ทีมงานจึงมีฐานข้อมูลสำหรับคุยว่า งานนี้ควรใช้สูตรใด ส่วนต่างต้นทุนเกิดในด้านใด รับออเดอร์เพิ่มได้เมื่อไร และต้องเตรียมเงินช่วงไหน ทั้งก่อนผลิตและหลังผลิตเสร็จ

โรงงานของคุณกำลังเจอปัญหาไหนอยู่?

ถ้ากำลังมองหา ERP โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม ที่ต้องใช้ทั้ง Dynamic Formula การวิเคราะห์ต้นทุนแยก GL และการวางแผนผลิตล่วงหน้า มาคุยกับ KM X TEN (KMX10) ได้ครับ เราจะเริ่มจากสูตร กระบวนการผลิต และคำถามด้านต้นทุนที่โรงงานต้องการคำตอบ

ติดต่อ KMX10 เพื่อคุยเรื่อง Infor CSI + Dynamic Formula + Cost Engine

เอกสารอ้างอิงด้านความสามารถของ Infor CSI

  1. Standard Costing: Transactions Posting to the Inventory Distribution Journals
  2. Standard Costing Setup
  3. Posting to General Ledger — Standard Costing
  4. APS Overview
  5. Using APS with SyteLine
  6. Using the Cash Impact Report

เอกสารอ้างอิงอธิบายความสามารถของ Infor CSI ส่วน Dynamic Formula และ Cost Engine ที่กล่าวถึงเป็นส่วนพัฒนาเพิ่มเติมของ KMX10

Thursday, October 8, 2026

Dynamic Formula + Cost Engine: เมื่อวัตถุดิบเปลี่ยน สูตรและต้นทุนต้องเปลี่ยนตาม

สูตรเดิม ปริมาณผลิตเท่าเดิม แต่คุณภาพวัตถุดิบไม่เท่าเดิม เราควรใช้ของเท่าเดิมหรือเปล่า?

คนทำโรงงานน่าจะคุ้นกับเรื่องนี้ครับ วัตถุดิบชื่อเดียวกัน รหัสเดียวกัน แต่พอเปลี่ยนล็อต ค่าที่ตรวจได้กลับไม่เหมือนเดิม บางล็อตมีไขมันสูงกว่า บางล็อตมีโปรตีนน้อยกว่า หรือมีความชื้นและความเข้มข้นต่างจากที่ใช้เป็นฐานในการออกสูตร

ถ้าเรายังใช้ปริมาณวัตถุดิบตามสูตรเดิมทุกครั้ง สูตรนั้นอาจยังถูกต้องในเอกสาร แต่ไม่สอดคล้องกับวัตถุดิบที่กำลังจะนำไปผลิตจริง

BOM แบบคงที่ ตรงไปตรงมา แต่ยังไม่รู้จักวัตถุดิบล็อตนี้

BOM ที่กำหนดสัดส่วนไว้คงที่ทำงานได้ชัดเจนครับ ผลิตเพิ่มก็ใช้วัตถุดิบเพิ่มตามสัดส่วน ผลิตลดก็ใช้ลดลง แต่เมื่อจำนวนผลิตเท่าเดิมและคุณภาพวัตถุดิบเปลี่ยน การคูณปริมาณตามจำนวนผลิตอย่างเดียวก็ยังตอบไม่ได้ว่า วัตถุดิบตัวอื่นควรเพิ่มหรือลดเท่าไร

“วัตถุดิบมีชีวิต แต่สูตรที่คงที่ตลอดกลับไม่มีชีวิตตามไปด้วย”

คำว่า “มีชีวิต” ในที่นี้ คือความเปลี่ยนแปลงของคุณสมบัติวัตถุดิบครับ เมื่อค่าวัตถุดิบหลักเปลี่ยน สูตรต้องรับรู้และคำนวณผลที่มีต่อส่วนประกอบอื่นด้วย นี่คือจุดที่การใช้ BOM แบบคงที่เพียงอย่างเดียวอาจเอาไม่อยู่

Dynamic Formula ของ KMX10: ให้คุณภาพวัตถุดิบหลักเป็นตัวกำหนดสูตร

KMX10 พัฒนา Dynamic Formula เพื่อใช้ค่าคุณภาพวัตถุดิบหลักเป็นข้อมูลในการคำนวณปริมาณวัตถุดิบอื่น ตามเป้าหมายผลิตภัณฑ์และกฎสูตรที่โรงงานกำหนด

ตัวอย่างเช่น งานผสมนมต้องพิจารณาค่าไขมัน โปรตีน และของแข็งตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ นมสดที่เข้ามาแต่ละล็อตอาจมีค่าเหล่านี้ต่างกัน ปริมาณวัตถุดิบที่เติมเพื่อปรับองค์ประกอบจึงอาจต้องเปลี่ยนไปด้วย รวมถึงปริมาณน้ำที่ใช้ให้ได้ขนาดรอบผลิตที่ต้องการ

รายการที่กำหนดให้ใช้ตามสัดส่วนคงที่ยังคำนวณตามกฎเดิมได้ ส่วนรายการที่สัมพันธ์กับคุณภาพวัตถุดิบจะคำนวณตามค่าจริงและเงื่อนไขที่กำหนด สูตรจึงมีเหตุผลรองรับว่าทำไมรอบนี้ต้องใช้วัตถุดิบแต่ละตัวในปริมาณนั้น

คุณภาพวัตถุดิบหลัก + เป้าหมายผลิตภัณฑ์ + กฎของโรงงาน
↓
Dynamic Formula คำนวณปริมาณวัตถุดิบของรอบผลิต
↓
Cost Engine คำนวณต้นทุนตามปริมาณที่ได้

สูตรเปลี่ยนแล้ว ต้นทุนต้องตามให้ทันด้วย

การได้สูตรที่เหมาะกับวัตถุดิบเป็นเพียงส่วนหนึ่งครับ โรงงานยังต้องรู้ว่า สูตรของรอบนี้มีต้นทุนเท่าไร เพราะวัตถุดิบที่ใช้ปรับคุณภาพแต่ละตัวมีราคา เมื่อปริมาณการใช้เปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบของรอบผลิตก็เปลี่ยนตาม

นี่คือเหตุผลที่ KMX10 เชื่อม Dynamic Formula กับ Cost Engine เพื่อให้ผลการคำนวณสูตรเป็นฐานของการคำนวณต้นทุน โดยใช้ปริมาณและราคาที่อ้างอิงหน่วยเดียวกัน พร้อมระบุเกณฑ์ราคาที่โรงงานเลือกใช้

ต้นทุนวัตถุดิบตามสูตร = ผลรวมของ
ปริมาณวัตถุดิบแต่ละตัว × ราคาต่อหน่วยที่ใช้คำนวณ

สำหรับการมองต้นทุนการผลิตรวม ต้องนำค่าแรงและค่าใช้จ่ายการผลิตตามเกณฑ์ของโรงงานมารวมด้วย และเมื่อผลิตเสร็จ สามารถใช้ผลตามสูตรเป็นฐานเปรียบเทียบกับปริมาณใช้จริงและต้นทุนจริง เพื่อดูความต่างของรอบผลิตนั้น

ตัวอย่าง: ผลิตเท่ากัน คุณภาพเป้าหมายเท่ากัน แต่ต้นทุนต่างกัน

ลองดูตัวอย่างสมมติแบบง่ายครับ ต้องการผลิต 1,000 กก. โดยให้มีไขมันรวม 30 กก. ใช้นมสด 800 กก. เท่ากันทั้งสองรอบ และใช้วัตถุดิบปรับไขมันที่มีไขมัน 80% ก่อนเติมน้ำให้ครบปริมาณผลิต

รายการใช้นมสดล็อต Aใช้นมสดล็อต B
ค่าไขมันในนมสด3.5%3.0%
ปริมาณนมสด800 กก.800 กก.
ไขมันที่ได้จากนมสด28 กก.24 กก.
วัตถุดิบปรับไขมัน 80%2.5 กก.7.5 กก.
น้ำที่เติม197.5 กก.192.5 กก.
น้ำหนักรวมตามสูตร1,000 กก.1,000 กก.
ต้นทุนวัตถุดิบตามสูตร20,548.75 บาท21,446.25 บาท
ต้นทุนวัตถุดิบต่อ กก.20.55 บาท21.45 บาท

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายเฉพาะการปรับไขมันและต้นทุนวัตถุดิบ ไม่ใช่สูตรผลิตจริง กำหนดราคานมสด 25 บาท/กก. วัตถุดิบปรับไขมัน 180 บาท/กก. และน้ำ 0.50 บาท/กก. ต้นทุนต่อ กก. ปัดเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง ยังไม่รวมค่าแรง ค่าใช้จ่ายการผลิต และการสูญเสีย การผลิตจริงต้องพิจารณาองค์ประกอบและข้อกำหนดอื่นร่วมด้วย

จะเห็นว่าเมื่อใช้ล็อต B ต้องเติมวัตถุดิบปรับไขมันมากขึ้น และลดน้ำลงเพื่อคงขนาดรอบผลิตไว้ที่ 1,000 กก. ผลคำนวณจึงได้เป้าหมายไขมันเท่ากัน แต่ต้นทุนวัตถุดิบต่างกัน 897.50 บาทต่อรอบผลิต

ถ้าดูเพียง BOM ที่ใช้ปริมาณเดิม เราจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่เมื่อสูตรคำนวณตามคุณภาพจริง และ Cost Engine คำนวณตามสูตรที่ได้ เราจะเห็นทั้งเหตุผลของการใช้วัตถุดิบและต้นทุนของรอบนั้น

ให้สูตรการผลิตตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและต้นทุน

Dynamic Formula ของ KMX10 ช่วยเปลี่ยนค่าคุณภาพวัตถุดิบให้เป็นปริมาณที่ใช้ในการผลิต ส่วน Cost Engine ทำให้โรงงานมองเห็นผลด้านต้นทุนจากปริมาณเหล่านั้นควบคู่กัน

เป้าหมายคือให้ทีมงานตอบได้ชัดเจนว่า วัตถุดิบล็อตนี้ควรใช้สูตรอย่างไร ต้องใช้ของแต่ละตัวเท่าไร และสูตรนี้มีต้นทุนเท่าไร ภายใต้กฎและเป้าหมายที่โรงงานกำหนด

KMX10 — Dynamic Formula + Cost Engine
เมื่อคุณภาพวัตถุดิบเปลี่ยน สูตรต้องปรับได้ และต้นทุนต้องคำนวณตามได้ด้วย

หากโรงงานของคุณต้องปรับสูตรตามคุณภาพวัตถุดิบหลัก มาคุยกับเราได้ที่ KM X TEN ครับ

อ่านเพิ่มเติมแนวคิดการคำนวณปริมาณส่วนประกอบตามความเข้มข้น: Batch balancing — Microsoft Learn แหล่งอ้างอิงนี้อธิบายแนวคิดทั่วไป ส่วน Dynamic Formula และ Cost Engine ที่กล่าวถึงในบทความเป็นระบบของ KMX10

Wednesday, September 23, 2026

MamMoD WMS: ระบบบริหารคลังสินค้าที่ออกแบบจากงานคลังจริง

Introducing MamMoD WMS

MamMoD WMS — Built by Warehouse People, for Real Warehouse Operations.

MamMoD WMS is a Warehouse Management System developed by KM X TEN (KMX10), a team specializing in warehouse management, supply chain solutions, ERP integration, and warehouse automation.

We built MamMoD from our experience working directly with real warehouse operations. We understand that every warehouse is different — different products, processes, customers, layouts, equipment, and business requirements.

That is why MamMoD is designed to be flexible, practical, and adaptable to each customer's operation.

Our focus is not simply to install software.

We work with our customers until the solution works for their real operation and meets their expectations.

From receiving to shipping, MamMoD helps warehouses improve:

  • Inventory Visibility — Know what you have, where it is, and its current status.

  • Warehouse Space Utilization — Use locations and warehouse capacity more effectively.

  • Inbound Management — Control receiving, pallet/LPN, lot, expiry, and putaway.

  • Inventory Control & Traceability — Track stock movements from receipt to location to customer.

  • Outbound Management — Allocation, picking, packing, staging, shipment, and dock planning.

  • Warehouse Planning — Slotting, Golden Zone, location capacity, and transportation planning.

  • Mobile Warehouse Operations — Support operators at the point of work.

  • ERP & System Integration — Connect MamMoD with ERP and other business systems through APIs and integration services.

More Than Software

At KMX10, we believe a successful WMS project is not measured by whether the system has been installed.

It is measured by whether the warehouse can actually use it to work better.

We listen to the customer's operation, understand the problems, configure the system, integrate with existing systems, improve the workflow, and continue working with the customer until the solution fits the business.

Our goal is simple:

Right Stock. Right Location. Right Process. Right Time.

MamMoD WMS by KMX10
Warehouse Management built around your operation.

Friday, November 7, 2025

Infor SyteLine (CSI) customize Custom Assembly

 

if you are looking for script to test run Infor CSI Custom Assembly you can use below code.


using System;

using System.Collections.Generic;

using System.Linq;

using System.Text;

using System.Threading.Tasks;

using Mongoose.IDO;

using Mongoose.IDO.Protocol;

using System.Globalization;


namespace CODE

{

    [IDOExtensionClass("CODE_People")]


    class CODE_People : ExtensionClassBase

    {

       [IDOMethod(MethodFlags.None, "Infobar")]

        public int GetAge(DateTime reference, DateTime birthday, ref int age, ref string Infobar)

        {

             age = reference.Year - birthday.Year;

            if (reference < birthday.AddYears(age))

                age--;


            Infobar = "คำนวณสำเร็จ";

            return 0;

        }

    }

}


Wednesday, November 5, 2025

Infor CSI: Infor Cloud Printing with Infor Document Management

 

if you found error same like me . you have to go to SyteLine -> Group-> assign permission.

ping me i you need any help. by KM X TEN.


***** Error [11/6/2025 1:22:38 AM] *****

Report [ue_KM_JobJumboTagViewer] could not be saved to print server [MG_IDM_PRINT_SERVER], Error: Invalid logical folder or missing required access permission for user [dev.5@kmmt.co.th] and logical folder [MONGOOSE_ENTERPRISEPRINT]





Sunday, October 26, 2025

ตัวอย่างเอกสาร ยืนยัน เสียอากร เพื่อให้สัญญาสมบูรณ์ทางกฏหมาย


ผมแนบไว้ให้จะได้เตรียมเงินกันได้ถูก และ จะได้ไม่เสียเวลา ก่อนจะมาถึงขึ้นนี้ได้เราต้องเตรียมเอกสารสัญญา และ ทั้งผู้จ้างและผู้ว่าจ้างจะต้องลงนามในสัญญาให้เรียบร้อย   ข้อควรคำนึงให้ดีคือ วันที่สัญญาจะต้องไม่ย้อนหลังเกิน 15 วันไม่งั้นจะโดยเบี้ยปรับ




Infor CSI + Dynamic Formula: ERP โรงงานอาหารและเครื่องดื่มโดย KMX10

โรงงานอาหารและเครื่องดื่มจะรับออเดอร์เพิ่มได้อย่างมั่นใจ เมื่อรู้ทั้งสูตรที่ควรใช้ ต้นทุนของงาน และความพร้อมของแผนผลิต แพ็กเกจ Infor CSI ...