Skip to main content

วิธีใช้งาน visual Basic 2005 กับ ฐานข้อมูล SQL Server 2005


วิธีใช้งาน visual Basic 2005 กับ ฐานข้อมูล SQL Server 2005
เมื่อกี่ไปเห็นที่ Google Guru มีคนถามถึงเรื่องนี้งั้นผมขอ แชร์ด้วยคนนะครับ

สร้าง connection ก่อนครับ

Module conndb

Public SLDBconnection As String = ReadINI.INIRead(Path.GetFullPath(".") & "\dbini.ini", "APPCONFIG", "SLDBconnection", "")


End Module
-----------------------------------------------------------------------------
ส่วนใน DBini file นั้นผมเขียนไว้ประมาณนี้ครับ


[APPCONFIG]
SLDBconnection = Data Source=nb-montree;database=Database;uid=sa;pwd=sa



usr=
pwd=

----------------------------------------------------------------

ต่อไป Class สำหรับอ่าน ini ครับ

Public Class ReadINI
#Region "API Calls"
' standard API declarations for INI access
' changing only "As Long" to "As Int32" (As Integer would work also)
Private Declare Unicode Function WritePrivateProfileString Lib "kernel32" _
Alias "WritePrivateProfileStringW" (ByVal lpApplicationName As String, _
ByVal lpKeyName As String, ByVal lpString As String, _
ByVal lpFileName As String) As Int32
Private Declare Unicode Function GetPrivateProfileString Lib "kernel32" _
Alias "GetPrivateProfileStringW" (ByVal lpApplicationName As String, _
ByVal lpKeyName As String, ByVal lpDefault As String, _
ByVal lpReturnedString As String, ByVal nSize As Int32, _
ByVal lpFileName As String) As Int32
#End Region

Public Shared Function INIRead(ByVal INIPath As String, _
ByVal SectionName As String, ByVal KeyName As String, _
ByVal DefaultValue As String) As String
' primary version of call gets single value given all parameters
Dim n As Int32
Dim sData As String
sData = Space$(1024) ' allocate some room
n = GetPrivateProfileString(SectionName, KeyName, DefaultValue, _
sData, sData.Length, INIPath)
If n > 0 Then ' return whatever it gave us
INIRead = sData.Substring(0, n)
Else
INIRead = ""
End If
End Function

End Class
---------------------------------------------------------------------
จากนั้นก็ลงมือสร้าง ฟอร์ม หน้าตาแบบนี้ แล้วก็ประยุคต์ source code ดูนะครับ






Public Class frmitem



Private Sub btnsearch_Click(ByVal sender As System.Object, ByVal e As System.EventArgs) Handles btnsearch.Click
Dim connection As New SqlConnection
Dim da As SqlDataAdapter
Dim ds As DataSet = New DataSet

With connection
If .State = ConnectionState.Open Then .Close()
.ConnectionString = SLDBconnection
.Open()
End With


Dim command As SqlCommand = New SqlCommand("STPxListItem", connection)
command.CommandText = "Exec STPxListItem '" & txtsitem.Text & "'"
command.Connection = connection 'Active Connection


da = New SqlDataAdapter(command)
da.Fill(ds, "litem")


If ds.Tables("litem").Rows.Count <> 0 Then

With grdview
.ReadOnly = True
.DataSource = ds.Tables("litem")
End With

Else

grdview.DataSource = Nothing
End If



End Sub
End Class

Comments

Post a Comment

Popular posts from this blog

วิธีคิด เปอร์เซ็นส่วนลดสินค้า

วิธี คำนวณ เปอร์เซ็นส่วนลดสินค้า เสื้อผ้า

วันนี้ผมมี วิธี คำนวณ ส่วนลดสินค้าว่าที่ร้านลดให้เรานั้นคิดเป็น กี่เปอร์เซ็นกันแน่
ตัวอย่างเช่น ร้านขาย เสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์เกาหลี ร้านขาย แฟชั่นสไตล์เกาหลี ติดป้าย ราคาขาย เสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์เกาหลี ไว้ 1300 ผมเข้าไปต่อราคาเหลือ 850 บาท และถ้าผมอยากรู้ว่า ร้านนั้นเขาลดราคาให้ผมกี่เปอร์เซ็นกันแน่นะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

ผมกำหนดให้ ราคาเก่า = X ,ราคาใหม่ = Y , Z = จำนวนเงินส่วนลด
z = x - y
z = 1300 - 850
z = 450 บาท

ฉะนั้นผมรู้แล้วว่าร้าน ขาย เสื้อ เสื้อแฟชั่นสไตเกาหลี ลดให้ผม 450 บาท แล้ว 450 บาทนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นของ 1300 ล่ะครับที่นี้
PD = Percent Discount
PD = (z/x) x 100
แทนค่า

PD = (450/1300) x 100
PD = 34.61 %

ฉะนั้นเราก็รู้แล้วนะครับว่าเราได้ส่วนลดตั้ง 34.61 เปอร์เซ็นเลยที่เดียว
ผมคิดว่าสูตรง่ายพวกนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามนะครับเลยเก็บมาฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ครับ

Backflush เกี่ยวกับ ERP คืออะไร แปลว่าอะไร

Backflush เกี่ยวกับ Syteline ERP,Dynamix ,Baan,SAAP คืออะไร แปลว่าอะไร
คำถามนี้ถ้าถามแบบนี้ตอบไม่ยากครับ นั้นคือ ทุก Software เหมือนกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ไว้สำหรับเบิกจ่าย วัสดุที่ใช้ในงานผลิตแบบอัตโนมัติตาม Location ที่กำหนดไว้ใน BOM พอเข้าใจไหมครับ แต่ถ้าถามผมถามว่า ธุรกิจแบบไหนกับละ ที่จะใช้ Blackflush หรือ จะให้ แบบ ตัดจ่ายแบบ Manual ? สำหรับผม ผมจะตอบว่าถ้าธุรกิจที่มี ส่วนประกอบใน BOM มาก เช่น ประกอบรถยนต์ ซึ่งเราจะเห็นว่าประกอบรถยนต์หนึ่งคันนั้น ประกอบไปด้วย วัสดุ หรือ ส่วนประกอบเป็น พัน ๆ ชิ้น นั้นหมายถึงว่าเราคงไม่มาทำ Manual เบิกจ่ายจริงไหมครับ ก็ให้ระบบ ทำ Backflush ให้ดีกว่าระบบจะทำการตัดจ่ายอุปกรณ์ตามสูตรการผลิตหรือ BOM ที่เราผูกไว้ , ส่วนการตัดจ่ายแบบ Manual นั้นใช้ได้กับทุกธุระกิจ แต่ถ้าเหมาะก็จะเป็นจำพวกบริษัทที่ส่วนประกอบไม่มาก เช่น ธุรกิจที่ ปั๊มขึ้นรูป ครับ
แต่นอกเหนือจากนี้ ก็รบกวนช่วย แชร์ ประสบการณ์กันด้วยนะครับ

วิธีการ Uninstall MS SQL Server 2005 ,Express ฉบับบสมบูรณ์

How to Uninstall SQL 2005 ,Express
We can't remove the SQL 2005 Application via Add Remove Program of Windows because the SQL have a lot of the system file so MS SQL Server 2005 create Software for uninstall included the CD Installation which you can access the files follow by the Step below.

เราไม่สามารถใช้ add remove program เพื่อทำการ Uninstall ได้นะครับ เพราะมันจะทำให้เราลง sql ซ้ำไม่ได้ เพราะจะทำให้ remove component ไม่หมดครับจะต้องใช้วิธีนี้ครับ ให้เข้าไปที่





1. C:\Program Files\Microsoft SQL Server\90\Setup Bootstrap\ARPWrapper



2. Double Click ARPWrapper.exe

3. choose the component for uninstall , I'd like to advise you to select the component frist.

4.Click Next5. So,Welcome to the Microsoft SQL Server Installation Wizard.
6.Click Next


7. System Config Check





8. Click Next

9. Display screen for Change or Remove Instance. for you choose so you choosed the Remove


10. select Remove
11.Next
12.Next
13. Confirm to Uninstall -> Click Remove











and then for another component you can…